ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม
โดย วารสาร PTT NGV FOCUS  http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx

           จากข้อจำกัดของก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ และด้วยคุณสมบัติของก๊าซ NGV ที่มีสถานะเป็นไอใช้งานที่แรงดันต่ำ จึงจัดเก็บก๊าซในถังได้น้อย จำเป็นต้องขนส่งก๊าซด้วยรถขนส่งเท่านั้น ในขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซ NGV เติบโตขึ้นมากและเกิดปัญหาก๊าซขาดในบางช่วงเวลา ปตท. จึงพยายามบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการจ่ายก๊าซในพื้นที่ภาคเหนือด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชนผลิตและปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์และน้ำเสียจากฟาร์มสุกรให้เป็นก๊าซชีวภาพอัดที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับก๊าซ NGV นำไปให้บริการในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน ซึ่งจะสามารถลดต้นทุนค่าขนส่ง NGV ที่จำหน่ายในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนได้ด้วย

5

           โครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัด (Compressed Bio – Methane Gas) หรือเรียกสั้นๆว่า CBG แห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ อ.แม่แดง จ.เชียงใหม่ โดยบริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ผลิตและปรับปรุงคุณภาพก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์และน้ำเสียจากฟาร์มสุกรของบริษัท มงคล แอนด์ ซันส์ฟาร์ม จำกัด โดยโครงการฯ ได้ใช้วัตถุดิบสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ มูลสุกรในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งมีสุกรจำนวน 35,000 ตัว หรือได้วัตถุดิบประมาณ 10 – 20 ตัว/วัน ผสมรวมกับน้ำทิ้งจากฟาร์มสุกรประมาณ 200ลูกบาศก์ฟุต/วัน และรวมกับวัตถุดิบซึ่งได้จากส่วนที่ 2 ซึ่งกระทรวงพลังงานได้ให้ความสำคัญในขณะนี้ คือ หญ้าเลี้ยงช้างหมักที่มีอายุประมาณ 30 – 45 วัน และให้ผลผลิตประมาณ 20 – 23 ตัน/วัน

6

          โดยเมื่อนำวัตถุดิบทั้งหมด มาผ่านกระบวนการทางเทคนิค จะได้ก๊าซ CBG ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับก๊าซ NGV ที่ใช้ในรถยนต์และมีมาตรฐานตรงตามการรับรองของกรมธุรกิจพลังงาน โครงการนำร่องผลิต CBG แห่งแรกนี้ สามารถผลิตก๊าซ CBG ได้ประมาณ 6 ตัน/วัน และสามารถเป็นเชื้อเพลิงเพื่อเติมในรถยนต์ได้ประมาณ 500 คัน/วัน หรือใช้เติมในรถขนส่ง รถปิกอัพขนาดใหญ่ได้ 40 คัน/วัน ทดแทนการนำเข้าน้ำมันดีเซลได้ประมาณปีละ 2.2 ล้านลิตร ทั้งนี้ ปตท. จะดำเนินการรับซื้อก๊าซ CBG จากโรงผลิตก๊าซฯ เพื่อไปจำหน่ายในสถานีบริการ NGV ของ ปตท. ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนการขนส่งก๊าซฯ ลงได้กว่า 2 บาท/กิโลกรัม จากเดิมที่ต้องขนส่งก๊าซ NGV ขึ้นมากจาก จ.กำแพงเพชร อีกทั้งยังลดการใช้น้ำมันดีเซลที่เป็นเชื้อเพลิงในรถขนส่งลงได้กว่า 3.2 แสนลิตร/ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 9.6 ล้านบาท/ปี

4

           นอกจากนี้ ปตท. ยังร่วมมือกับสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาค้นคว้าและวิจัยสำรวจแหล่งก๊าซชีวภาพที่มีศักยภาพในการผลิตก๊าซ CBG เพื่อใช้สำหรับรถยนต์ โดยเน้นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลจากแนวท่อส่งก๊าซฯ รวมทั้งสถานีจ่ายก๊าซธรรมชาติหลัก และมีแผนร่วมมือกับเอกชนในการผลิตก๊าซ CBG เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ NGV และตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า CBG ถือเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกอีกทางหนึ่งซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนก๊าซ NGV ในพื้นที่ที่ห่างไกลแนวท่อส่งก๊าซฯ แล้วยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้พลังงานสะอาด ลดมลพิษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

           แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าเราจะสามารถพัฒนาพลังงานทางเลือกได้มากขึ้นเท่าใด ก็ถึงเวลาแล้วเช่นกันที่เราควรจะมาทบทวนการใช้พลังงาน คิดให้มากก่อนใช้ และใช้อย่างรู้คุณและรู้ค่าไปพร้อมๆกัน

รู้ใจรู้จัก แล้วจะรัก NGV…?

posted on 14 Aug 2015 23:49 by maggievaccaro

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร PTT NGV FOCUS  http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx


banner5

ใช้รถ NGV ให้อุ่นใจ ปลอดภัยตลอดการใช้งาน

             หนึ่งในอุบัติเหตุบนท้องถนนที่พบหลายครั้งในปัจจุบันคือ อุบัติเหตุไฟไหม้รถก๊าซ ซึ่งไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น ยังสร้างความวิตกกังวลต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอีกด้วย Insight& Innovation ฉบับนี้ จึงขอเล่าถึงเหตุการณ์ของการเกิดไฟไหม้ในรถใช้ก๊าซ รวมไปถึงบทบาทหน้าที่ของผู้ใช้รถ NGV และผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV หรือผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากการกระทำของทุกท่านมีผลต่อความปลอดภัยในการใช้รถ NGV นั่นเอง

             สาเหตุหนึ่งของอุบัติเหตุไฟไหม้ในรถใช้ก๊าซ NGV มาจากการที่มีเชื้อเพลิงรั่วไหลระหว่างการใช้งานไม่ว่าจะเป็น  น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล หรือก๊าซ ประกอบกับมีประกายไฟจากภายในหรือภายนอกรถเกิดขึ้นก็มีโอกาสเกิดไฟลุกไหม้ได้ เช่น กรณีเฉี่ยวชนอย่างรุนแรง อาจทำให้เชื้อเพลิงรั่วไหลพร้อมมีประกายไฟเกิดขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้

658170-topic-ix-0

             จากสาเหตุในเบื้องต้น ยังมีองค์ประกอบอื่นที่ทำให้เกิดไฟไหม้ คือ เชื้อเพลิง ความร้อนหรือประกายไฟและอากาศ หากผู้ใช้สามารถควบคุมองค์ประกอบตัวใดใน 3 องค์ประกอบได้ ก็สามารถลดความเสี่ยงหรือป้องกันการเกิดไฟไหม้ได้ เช่น รถ NGV มีปัญหาสายไฟหมดอายุการใช้งาน อาจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และในขณะนั้นมีเชื้อเพลิงรั่วไหลอยู่ ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟไหม้ได้หากผู้ใช้รถสามารถควบคุมสาเหตุที่ทำให้ก๊าซรั่วได้ ก็จะลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างแน่นอน

             อุบัติเหตุไฟไหม้ สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงได้ โยการบำรุงรักษาระบบก๊าซ ให้มีสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอ ซึ่งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักสามารถทำได้ ดังนี้

ผู้ใช้รถ NGV              ผู้ใช้รถ NGV จำนวนมากขาดการดูแลรักษาอุปกรณ์  NGV คือ เมื่อทำการติดตั้ง NGV เรียบร้อยแล้ว ไม่นำรถมาตรวจระบบก๊าซ ณ ศูนย์ติดตั้ง NGV อย่างสม่ำเสมอ หรือละเลยการนำรถมาตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG  กับผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ตามที่กฎหมายกำหนด หากมีก๊าซรั่วในระบบหรืออุปกรณ์ชำรุดเสียหาย/หมดอายุการใช้งาน ผู้ใช้รถ NGV ไม่ทรายปัญหา จึงไม่สามารถทำการแก้ไข ฉะนั้นสิ่งที่ผู้ใช้ควรปฏิบัติ คือ

             1.นำรถเข้าตรวจระบบก๊าซ NGV อย่างน้อยทุกๆ 20,000 กิโลเมตร โดยศูนย์ติดตั้ง NGV ที่ได้มาตรฐาน              2.นำรถไปตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG กับผู้ตรวจและทอสอบอุปกรณ์ฯ ปีละ 1 ครั้ง ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด              3.ทำการตรวจเช็คระบบก๊าซและอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตนเองเป็นประจำทุกสัปดาห์หรือย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

เมื่อรู้วิธีการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ NGV แล้ว มารู้ถึงขั้นตอนหากรถ NGV เกิดก๊าซรั่ว

             1.เมื่อได้กลิ่นก๊าซ ให้ดับเครื่องยนต์ทันที เพื่อตัดสายจ่ายเชื้อเพลิงทั้งก๊าซ NGV และน้ำมัน              2.เปิดกระจกหรือประตูรถ เพื่อระบายอากาศภายในรถ              3.ปิดวาล์วที่ถัง  CNG เพื่อหยุดการไหลของก๊าซ และห้ามกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดประกายไฟ              4.กรณีเป็นเครื่องยนต์เชื้อเพลิง 2 ชนิดหรือเครื่องยนต์เชื้อเพลิงร่วม หากตรวจสอบแล้วว่าไม่มีก๊าซรั่วเพิ่มให้นำรถเข้าไปยังศูนย์ติดตั้งฯ เพื่อตรวจสอบต่อไป โดยใช้ระบบน้ำมันก่อน เพื่อความปลอดภัย              5.หากเกิดไฟไหม้ที่ตัวรถให้ดับเครื่องยนต์ เพื่อตัดการทำงานของโซลินอยล์วาล์ว และรีบออกห่างจากรถหรือพยายามดับไฟที่แหล่งกำเนิด โดยใช้เครื่องดับเพลิงที่เหมาะสม เช่น ผงเคมีชนิด ABC หากพิจารณาว่าไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาช่วยเหลือทันที

 

thumb

 

ผู้ติดั้งอุปกรณ์ NGV              ผู้ติดั้งอุปกรณ์ NGV ควรดำเนินการติดั้งอุปกรณ์และระบบ NGV ให้ตรงตามมาตรฐานกำหนด อีกทั้งเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการติดตั้งหากทำการติดตั้งไม่เป็นปามมาตรฐาน หรือเลือกใช้อุปกรณ์ผิดประเภท เช่น นำท่อน้ำ/ท่อน้ำมันติดตั้งแทนท่อก๊าซแรงดันต่ำ เพื่อลดต้นทุนในกาติดตั้ง ส่งผลให้อุปกรณ์บางชนิด อาจมีอายุการใช้งานสั้นกว่าปกติ และเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ได้

ผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV ที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบก              ผู้ตรวจและทดสอบอุปกรณ์ฯ ทำการตรวจสอบรถ NGV โดยตรวจสอบอุปกรณ์ NGV ว่ามีสภาพสมบูรณ์หรือไม่ พร้อมการรั่วไหลของกาซหากผู้ตรวจและทดสอบฯ ละเลยการตรวจสอบอย่างจริงจัง ตรวจเพียงเอกสารประกอบการเท่านั้น ทำให้ไม่พบปัญหาและไม่มีการให้เจ้าของรถทราบเพื่อนำรถไปแก้ไข ทำให้รถมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุในอนาคตผู้ใช้รถ NGV ทุกท่านควรใส่ใจนำรถไปตรวจและทดสอบอุปกรณ์ NGV และถัง CNG  ตามระยะเวลาที่กำหนด รมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้องระหนักถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เข้มงวดในหน้าที่ความรับผิดชอบเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถ NGV รวมถึงสร้างวามอุ่นใจให้กับเพื่อนร่วมทาง อีกทั้งเป็นอีกหนึ่งกำลังที่จะช่วยลดจำวนอุบัติเหตุรถ NGV ที่เกิดขึ้น

NGV

 

รู้ใจรู้จัก แล้วจะรัก NGV...              -  หากได้กลิ่นก๊าซรั่ว ให้ดับเครื่องยนต์ทันที              -  ปิดวาล์วที่หัวถัง ห้ามกระทำการใดที่ก่อให้เกิดประกายไฟ              -  ตรวจสอบแล้วว่าไม่มีก๊าซรั่วเพิ่มเติม ให้ใช้ระบบน้ำมันเพื่อความปลอดภัย              -  นำรถเข้าตรวจเช็คที่ศูนย์ติดตั้งที่ได้มาตรฐานทันที

 


       สารทจีน เป็นเทศกาลสำคัญทั้งของลัทธิขงจื๊อ พุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และชาวบ้าน ในอดีตเป็นเทศกาลใหญ่มาก แต่ปัจจุบันลดความสำคัญลง ในไทยสารทจีนเป็นเทศกาลจีนสำคัญอันดับ ๒ รองจากตรุษจีนเท่านั้น สำหรับปีนี้ จะตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

ประวัติ ความเป็นมาเทศกาลสารทจีน

            สารทจีน เป็นเทศกาลสำคัญทั้งของลัทธิขงจื๊อ พุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และชาวบ้าน ในอดีตเป็นเทศกาลใหญ่มาก แต่ปัจจุบันลดความสำคัญลง นอกจากในวัดพุทธและวัดเต๋าแล้ว แพร่หลายอยู่ในหมู่ชาวบ้านจีนภาคใต้ ตั้งแต่มณฑลหูเป่ย อานฮุย เจ้อเจียง ลงมาจนถึงกวางตุ้ง กวางสี ยูนนาน ในหมู่ชาวจีนแคะ กวางตุ้ง ฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว และไหหลำ ยังคงเป็นเทศกาลใหญ่ เป็น ๑ ใน ๘ เทศกาลสำคัญประจำปีของจีนแต้จิ๋ว ในไทยสารทจีนเป็นเทศกาลจีนสำคัญอันดับ ๒ รองจากตรุษจีนเท่านั้น

            เทศกาลนี้มีชื่อเป็นทางการว่า "จงหยวนเจี๋ย" แต้จิ๋วว่า "ตงหง่วงโจ็ย" แต่ชื่อทั่วไปนิยมเรียกว่า แต้จิ๋วอ่านว่า "ชิกว็วยะปั่ว" แปลว่า "(เทศกาล) กลางเดือน ๗" นอกจากนี้ยังมีชื่อที่นิยมเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า "กุ่ยเจี๋ย ( กุ๋ยโจ็ย)" แปลว่า "เทศกาลผี" ชื่อทั้งสามนี้ถ้าคุยกับคนจีนภาคใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ทุกคนจะรู้จักดี แต่คนปักกิ่งจะไม่รู้จักเลย เพราะเทศกาลนี้ปัจจุบันชาวบ้านจีนภาคเหนือไม่ได้ทำแล้ว คงเหลือแต่ในวัดพุทธและเต๋าเท่านั้น

            คำ "จงหยวน " ที่เป็นชื่อเทศกาลนี้เป็นคนละคำกับ "จงหยวน " ซึ่งหมายถึง "ดินแดนลุ่มแม่น้ำฮวงโหตอนกลางและตอนล่างอันเป็น ศูนย์กลางอารยธรรมจีน" จงหยวนที่เป็นชื่อเทศกาลได้มาจากชื่อเทพประจำเทศกาลนี้ของศาสนาเต๋า

            วันเทศกาลสารทจีนคือวันเทวสมภพของเทพจงหยวน จึงเรียกว่า "จง หยวนเจี๋ย" (ตงหง่วงโจ็ย) แปลว่า เทศกาลเทพจงหยวน ตรงกับวันกลางเดือน ๗ จึงเรียกว่า "ชีเย่ว์ปั้น" ( ชิกว็วยะปั่ว) หมายถึงเทศกาลกลางเดือน ๗ แต่เทศกาลนี้มีกิจกรรมเกี่ยวเนื่องตั้งแต่ต้นจนถึงสิ้นเดือน ๗ คือวัน ๑ ค่ำ เป็นวัน "เปิดยมโลก" ให้ผีทั้งหลายออกมารับการเซ่นสังเวย วัน ๑๕ ค่ำ เป็นวันไหว้ใหญ่ทั้งผีบรรพชนและผีไม่มีญาติ วันสิ้นเดือน ๗ (๓๐ ค่ำ หรือแรม ๑๕ ค่ำ) เป็นวัน "ปิดประตูยมโลก" ผีทั้งที่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดต้องกลับเข้ายมโลก วันต้นเดือน สิ้นเดือน มีพิธีไหว้ด้วย และมีพิธีทิ้งกระจาดอุทิศส่วนกุศลให้เปตชนครั้งใหญ่ในช่วงครึ่งหลังของเดือน ๗ อีกต่างหาก กิจกรรมทั้งหมดล้วนแต่เกี่ยวกับผี คนจีนจึงถือว่าเดือน ๗ เป็น "เดือนผี" และเทศกาลกลางเดือน ๗ คือ "เทศกาลผี" แต่ที่คนไทยเรียกสารทจีนเพราะวันนี้ใกล้กับวันสารทไทย อีกทั้งอยู่ในช่วงต้นฤดูสารทหรือชิวเทียน (Autumn) ของจีนอีกด้วย

            เทศกาลจงหยวนมีที่มาจากประเพณีจีนโบราณ คือวันอุลลัมพนบูชาของพุทธศาสนาและความเชื่อของศาสนาเต๋ารวมกันอย่างกลมกลืน วัฒนธรรมประเพณีจีนโบราณเป็นที่มาของลัทธิขงจื๊อและคตินิยมพื้นฐานของคนจีน ตลอดมา ลัทธิขงจื๊อจึงเป็นศาสนาสำคัญที่สุดของจีนไปโดยปริยาย แต่ก็เข้ากันได้กับศาสนาพุทธและศาสนาเต๋าซึ่งเข้ามาแพร่หลายและเกิดขึ้นใน ภายหลัง จนในวิถีชีวิตคนจีนมีอิทธิพลของ ๓ ศาสนานี้อยู่คละเคล้ากันไป

เทพจงหยวน เทพประจำเทศกาลสารทจีน             เทพจงหยวนเป็นเทพประจำเทศกาลสารทจีน ชื่อเต็มว่า "จงหยวนต้า ตี้-อธิบดีแห่งคืนเพ็ญกลาง" หรือ "ตี้กวนต้าตี้-ธรณิศมหาเสนาธิบดี" เรียกสั้นๆ ว่า "ตี้กวน-ธรณิศเสนา" มีหน้าที่ควบคุมดูแลเทพแห่งมหาบรรพตทั้งห้า (ของจีน) ภูเขาและแม่น้ำ เจ้าที่ประจำเมืองทุกเมือง เทพในเมืองที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ตรวจดูโชคเคราะห์ของสรรพสัตว์ ตรวจบัญชีความดีความชั่วของมนุษย์ และหน้าที่สำคัญคือให้อภัยโทษแก่ผู้รู้ผิดกระทำพลีบูชาท่าน วัน15 ค่ำ เดือน 7ท่านจะลงมาตรวจบัญชีชั่วดีของมนุษย์แล้วประทานอภัยให้

            นอกจากนี้ท่านยังต้องมาเป็นประธานดูแลการไหว้ผีไม่มีญาติซึ่งคนเป็นผู้ไหว้ โดยท่านจะไปเจรจากับ "ลี่" ราชาของผีพวกนี้ ให้ช่วยคุมดูแลบริวารไม่ให้ทำร้ายมนุษย์ ฉะนั้นผู้คนจึงกินเจ ทำพิธีเซ่นสรวงบูชาท่าน เซ่นไหว้บรรพชน เพื่อให้ท่านอภัยโทษให้ทั้งแก่ตนเองและวิญญาณบรรพชน ปัจจุบันในไต้หวันนิยมไหว้ท่านตั้งแต่ยามแรกของวัน 15 ค่ำ จีนแบ่งวันคืนออกเป็น 12 ยาม ยามละ 2 ชั่วโมง ยามแรกคือช่วง 5 ทุ่มถึงตี1 (23.00-01.00 น.) ยามแรกของวัน15 ค่ำ ก็คือช่วง23.00-01.00 น. ของคืนวัน14 ค่ำ เพราะจีนเริ่มวันใหม่ตอน 5 ทุ่ม ถ้าไม่ไหว้ตอน 5 ทุ่ม ก็มาไหว้ตอนเที่ยงวันของวัน 15 ค่ำ หลังจากไหว้บรรพบุรุษไปแล้ว ในจีนแต่ละถิ่นเวลาไหว้ต่างกัน บางถิ่นก็ไม่ได้ไหว้แล้ว ส่วนในไทยไม่ปรากฏมีพิธีไหว้เทพจงหยวนโดยเฉพาะ ประเพณีนิยมการไหว้ในวันเทศกาลจีนของไทยจะไหว้เจ้าและเทวดาทั้งหมดตอนเช้า อนึ่งคนจีนในไทยนับถือ "ตี่จู๋เอี๊ย" คือ "เจ้าที่" มาก มีศาลเล็กๆ ตั้งอยู่ในบ้านแทบทุกบ้าน ตี่จู๋เอี๊ยอยู่ใต้บังคับบัญชาของตี้กวน (ธรณิศเสนา) หรือเทพจงหยวน จึงถือได้ว่าเป็นตัวแทนของท่านประจำอยู่ทุกบ้าน การไหว้ตี่จู๋เอี๊ยจึงพออนุโลมแทนการไหว้เทพจงหยวนได้

ตำนานเทศกาลสารทจีน

ตำนานที่ 1             ตำนานนี้กล่าวไว้ว่าวันสารทจีนเป็นวันที่เซ็งฮีไต๋ตี๋ (ยมบาล) จะตรวจดูบัญชีวิญญาณคนตาย ส่งวิญญาณดีขึ้นสวรรค์และส่งวิญญาณร้ายลงนรก ชาวจีนทั้งหลายรู้สึกสงสารวิญญาณร้ายจึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ ดังนั้นเพื่อให้วิญญาณร้ายออกมารับกุศลผลบุญนี้จึงต้องมีการเปิดประตูนรก นั่นเอง ตำนานที่ 2             มีชายหนุ่มผู้หนึ่งมีนามว่า “มู่เหลียน” เป็นคนเคร่งครัดในพุทธศาสนามาก ผิดกับมารดาที่เป็นคนใจบาปหยาบช้าไม่เคยเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์มีจริง ปีหนึ่งในช่วงเทศกาลกินเจนางเกิดความหมั่นไส้คนที่นุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ นางจึงให้มู่เหลียนไปเชิญผู้ถือศีลกินเจเหล่านั้นมากินอาหารที่บ้านโดยนางจะ ทำอาหารเลี้ยงหนึ่งมื้อ

            ผู้ถือศีลกินเจต่างพลอยยินดีที่ทราบข่าวว่ามารดาของมู่เหลียนเกิดศรัทธาใน บุญกุศลครั้งนี้ จึงพากันมากินอาหารที่บ้านของมู่เหลียนแต่หาทราบไม่ว่าในน้ำแกงเจนั้นมี น้ำมันหมูเจือปนอยู่ด้วย การกระทำของมารดามู่เหลียนนั้นถือว่าเป็นกรรมหนัก เมื่อตายไปจึงตกนรกอเวจีมหานรกขุมที่ 8 เป็นนรกขุมลึกที่สุดได้รับความทุกข์ทรมานแสนสาหัส

            เมื่อมู่เหลียนคิดถึงมารดาก็ได้ถอดกายทิพย์ลงไปในนรกภูมิ จึงได้รู้ว่ามารดาของตนกำลังอดอยากจึงป้อนอาหารแก่มารดา แต่ได้ถูกบรรดาภูตผีที่อดอยากรุมแย่งไปกินหมดและเม็ดข้าวสุกที่ป้อนนั้นกลับ เป็นไฟเผาไหม้ริมฝีปากของมารดาจนพอง แต่ด้วยความกตัญญูและสงสารมารดาที่ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างสาหัสมู่เหลียน ได้เข้าไปขอพญาเหงี่ยมล่ออ๊อง (ท้าวมัจจุราช) ว่าตนของรับโทษแทนมารดา

            แต่ก่อนที่มู่เหลียนจะถูกลงโทษด้วยการนำร่างลงไปต้มในกระทะทองแดง พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงมาโปรดไว้ได้ทัน โดยกล่าวว่ากรรมใดใครก่อก็ย่อมจะเป็นกรรมของผู้นั้นและพระพุทธเจ้าได้มอบ คัมภีร์อิ๋ว หลันเผิน ให้มู่เหลียนท่องเพื่อเรียกเซียนทุกทิศทุกทางมาช่วยผู้มีพระคุณให้หลุดพ้น จากการอดอยากและทุกข์ทรมานต่างๆ ได้ โดยที่มู่เหลียนจะต้องสวดคัมภีร์อิ๋ว หลันเผินและถวายอาหารทุกปีในเดือนที่ประตูนรกเปิดจึงจะสามารถช่วยมารดาของ เขาให้พ้นโทษได้

            นับแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวจีนจึงได้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อมากันโดยตลอดด้วยการเซ่นไหว้ โดยจะนำอาหารทั้งคาวหวาน และกระดาษเงินกระดาษทองไปวางไว้ที่หน้าบ้านหรือตามทางแยกที่ไม่ไกลนัก มีนัยว่าเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของบรรดาวิญญาณเร่ร่อนที่กำลังจะผ่านมา ใกล้ที่พักของตน

การไหว้ในเทศกาลสารทจีน

กระดาษเงินกระดาษทอง

การไหว้ในเทศกาลสารทจีนแบ่งออก เป็น 3 ชุด ดังนี้

1. ชุดสำหรับไหว้เจ้าที่             จะไหว้ในตอนเช้ามีอาหารคาวหวาน ขนมที่ไหว้ก็ขนมถ้วยฟู กุยช่าย ส่วนขนมไหว้พิเศษที่ต้องมีซึ่งเป็นประเพณีของสารทจีนคือขนมเทียน ขนมเข่ง ซึ่งต้องแต้มจุดสีแดงไว้ตรงกลาง เนื่องจากชาวจีนมีความเชื่อที่ว่าสีแดงเป็นสีแห่งความเป็นศิริมงคล นอกจากนั้นก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน และกระดาษเงินกระดาษทอง

2. ชุดสำหรับไหว้บรรพบุรุษ             คล้ายของไหว้เจ้าที่พร้อมด้วยกับข้าวที่บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียมต้องมีน้ำแกงหรือขนมน้ำใสๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชาจัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ ขาดไม่ได้ก็คือขนมเทียน ขนมเข่ง ผลไม้และกระดาษเงินกระดาษทอง

3. ชุดสำหรับไหว้วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณไม่มีญาติ             วิญญาณเร่ร่อนหรือวิญญาณไม่มีญาติ เรียกว่า ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ แปลว่า ไหว้พี่น้องที่ดี เป็นการสะท้อนความสุภาพและให้เกียรติของคนจีน เรียกผีไม่มีญาติว่าพี่น้องที่ดีของเรา โดยการไหว้จะไหว้นอกบ้านของไหว้จะมีทั้งของคาวหวานและผลไม้ตามต้องการและที่ พิเศษคือมีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทองจัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้ขนมที่ใช้ ไหว้

ของไหว้ในเทศกาลสารทจีน

ในสมัยโบราณชาวจีนใช้ขนมไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า โหงวเปี้ย หรือเรียกชื่อเป็นชุดว่า ปัง เปี้ย หมี่ มั่ว กี             ปัง คือขนมทึงปัง เป็นขนมที่ทำมาจากน้ำตาล             เปี้ย คือขนมหนึงเปี้ย คล้ายขนมไข่             หมี่ คือขนมหมี่เท้า ทำมาจากแป้งข้าวเจ้าข้างในไส้เต้าซา             มั่ว คือขนมทึกกี่ เป็นขนมข้าวพองสีแดงตรงกลางมีไส้เป็นแผ่นบาง             กี คือขนมทึงกี ทำเป็นชิ้นใหญ่ยาวเวลาจะกินต้องตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แต่ชาวไทยเชื้อสายจีนใช้ขนมเทียน ขนมเข่งในการไหว้ โดยหลักของที่ไหว้ก็จะมีของคาว 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ไก่ หมู เป็ด ไข่ หมึก ปลา เป็นต้น ของหวาน 3 หรือ 5 อย่าง เช่น ขนมเทียน ขนมมัดไต้ ขนมถ้วยฟู หรือขนมสาลี่ปุยฝ้าย ขนมเปี๊ยะ ส้ม หรือผลไม้ตามใจชอบ

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือระหว่างคลังปัญญา ไทยและ

วิชาการดอทคอม http://www.panyathai.or.th/